ศูนย์การเรียนรู้ระดับตำบลในเวียง

ข้อมูลพื้นฐานของ กศน. ตำบลในเวียง                        

 1.ข้อมูลทั่วไป

          1.1 ประวัติความเป็นมาของ กศน. ตำบลในเวียง

ประวัติความเป็นมา กศน. ตำบลในเวียง

          ศูนย์การศึกษานอกโรงรียนจังหวัดน่าน อาศัยอำนาจตามคำสั่งกรมการศึกษานอกโรงเรียนที่ 348/ 2542 ลงวันที่ 26 พฤษภาคม 2542 เรื่อง มอบอำนาจในการจัดตั้งศูนย์การเรียนชุมชน ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดปฏิบัติราชการแทน ในการประกาศจัดตั้งศูนย์การเรียนชุมชนในเขตพื้นที่จังหวัดน่าน เพื่อเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ที่ให้บริการการศึกษานอกโรงเรียน และการศึกษาตามอัธยาศัยตลอดจนการส่งเสริมการศึกษาในระบบโรงเรียน และสนองความต้องการสำหรับประชาชนและกลุ่มเป้าหมายต่างๆ อย่างครอบคลุมพื้นที่อย่างแท้จริง

ในวันที่ 1 ตุลาคม 2545 ได้มีประกาศจังหวัดน่าน จัดตั้งศูนย์การเรียนชุมชนประจำตำบลในเวียงโดยมีสถานที่จัดตั้ง อยู่ ณ เลขที่ 84 ถนนสมุนเทวราช ตำบลในเวียง อำเภอเมือง จังหวัดน่าน (ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดน่าน) โดยมีนางลัดดาวัลย์  หงสนันทน์ ทำหน้าที่ครุประจำศูนย์การเรียนตำบลในเวียง ต่อมามีหนังสือกรมการศึกษานอกโรงเรียนที่ ศธ 0406/ว4 ลงวันที่ 29 มกราคม 2546 เรื่องปรับปรุงแนวทางการดำเนินงานศูนย์การเรียนชุมชนและครูประจำศูนย์การเรียนชุมชนการจัดตั้งศูนย์การเรียนชุมชน สถานที่จัดตั้งศูนย์การเรียนชุมชนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นร่วมชุมชนพิจารณาความเหมาะสม โดยสถานศึกษาให้การส่งเสริมสนับสนุนและอำนวยความสะดวก ทั้งนี้ไม่อนุญาตให้จัดตั้งศูนย์การเรียนชุมชนในศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัด/กรุงเทพมหานครและศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอ/เขต ศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอเมืองน่านจึงทำหนังสือหารือกับหน่วยงานเทศบาลเมืองน่านและทางเทศบาลเมืองน่านได้ให้ความอนุเคราะห์จัดสถานที่ให้ โดยใช้อาคารป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลเมืองน่าน ซึ่งตั้งอยู่เลขที่ 214/9 ถนนมหายศ ตำบลในเวียง อำเภอเมือง จังหวัดน่านเป็นสถานที่ตั้งศูนย์ดารเรียนชุมชนตำบลในเวียงมา ตามประกาศ เรื่องการจัดตั้งศูนย์การเรียนชุมชน ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2545 ประกาศ ณ วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2546 ถึงปัจจุบันโดยประกาศในพระราชกฤษฎีกาตราไว้ ณ วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2479

1.2 ที่ตั้งปัจจุบัน จัดกิจกรรมกาเรียนการสอน ณ  อาคารเลขที่ 84 (ติดกับอาคารสำนักงาน      กศน.อำเภอเมืองน่าน) ถนนสุมนเทวราช ตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน

2.แผนที่

กศน.ตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน

ณ  อาคารเลขที่ 84  (ติดกับอาคารสำนักงานกศน.อำเภอเมืองน่าน) ถนนสุมนเทวราช ตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน

3.ระยะทาง

          กศน. ตำบลในเวียง อยู่ในพื้นที่บริเวณเดียวกับ กศน.จังหวัดน่านและกศน.อำเภเมืองน่าน ห่างกัน 100 เมตร

บทบาทหน้าที่ ของ กศน.ตำบล

 กศน.ตำบล เป็นหน่วยงานในสังกัด กศน.อำเภอ มีฐานะเป็นหน่วยจัดกิจกรรมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตของประชาชนและสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ในชุมชน กศน.ตำบลมีภารกิจที่สำคัญ ดังนี้

1.จัดกิจกรรมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยให้กับประชาชนกลุ่มเป้าหมายในชุมชนอย่างน้อยปีละ 560 คน โดยจำแนกเป็นรายกิจกรรม ดังนี้

1.1.1 การศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 40 คน

1.1.2 การศึกษาเพื่อพัฒนาอาชีพ จำนวน 15 คน

1.1.3 การศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะชีวิต จำนวน 22 คน

1.1.4 การศึกษาเพื่อพัฒนาสังคมและชุมชน จำนวน 20 คน

1.1.5 การส่งเสริมการเรียนรู้ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง จำนวน 8 คน

  1. สร้าง และขยายภาคีเครือข่าย เพื่อการมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยในชุมชน
  2. ส่งเสริมและสนับสนุน การจัดกิจกรรมการศึกษาตามอัธยาศัยในชุมชนของภาคีเครือข่าย ทั้งในแง่ของความเข้มแข็งและความต่อเนื่องในการมีส่วนร่วม และศักยภาพในการจัด
  3. จัดทำระบบข้อมูลสถิติ และสารสนเทศ เกี่ยวกับประชากรกลุ่มเป้าหมายและผลการจัดกิจกรรมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย เพื่อใช้ในการวางแผนพัฒนาและแผนการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ทั้งในระดับชุมชนหรือระดับจุลภาค ระดับอำเภอ ระดับจังหวัด และภาพรวม ระดับประเทศของสำนักงาน กศน.
  4. จัดทำแผนงานโครงการ การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ประจำปีงบประมาณ เพื่อจัดกิจกรรมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยให้กับประชาชนกลุ่มเป้าหมายและชุมชนพัฒนาการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยตามกรอบจุดเน้นการดำเนินงานของ สำนักงาน กศน. สำนักงาน กศน. จังหวัด และ กศน. อำเภอ ที่สังกัด เพื่อการสนับสนุนงบประมาณจาก กศน.อำเภอ ที่สังกัดโดยในกรณีของการจัดกิจกรรมการศึกษาพื้นฐาน ให้ยึดค่าใช้จ่ายรายหัวตามที่ มติคณะรัฐมนตรีกำหนด คูณด้วยจำนวนนักศึกษา 60 คน สำหรับกิจกรรมอื่นๆ นั้น จัดทำแผนงานโครงการเพื่อเสนอของงบประมาณ ให้ดำเนินการตามที่ได้รับมอบจาก กศน. อำเภอ
  5. ประสานและเชื่อมโยงการดำเนินงาน การจัดกิจกรรมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยของศูนย์การเรียนชุมชน และภาคีเครือข่ายในตำบล โดยมีการประสานแผนการดำเนินงานภายในตำบลที่รับผิดชอบและกับ กศน.อำเภอ ที่สังกัด ตามกรอบจุดเน้นการดำเนินงาน บนพื้นฐานของความเป็นเอกภาพด้านนโยบายและความหลากหลายในการปฏิบัติ
  6. พัฒนาคุณภาพและมาตรฐาน การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยในความรับผิดชอบตามระบบการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาเพื่อรับรองการประกันคุณภาพภายนอกของกศน. อำเภอสังกัด
  7. รายงานผลการดำเนินงาน การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยต่อ กศน. อำเภอที่สังกัดตามแผนหรือข้อตกลงที่กำหนดไว้
  8. ปฏิบัติภารกิจอื่นๆ ที่ได้รับมอบหมาย จาก กศน.อำเภอ สำนักงาน กศน.จังหวัด หรือ สำนักงาน กศน.และตามที่กฎหมายกำหนด

แนวทางการดำเนินงานของกศน.ตำบล

กศน.ตำบลจะมีการปรับบทบาทภารกิจให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลและบริบทของพื้นที่ ตลอดจนรองรับการเป็นประชาคมอาเซียนมากขึ้น ภายใต้การขับเคลื่อนการดำเนินงาน 4 ศูนย์การเรียนรู้ ดังนี้

  1. ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม่เป็นศูนย์กลางการส่งเสริม จัดกระบวนการการเรียนรู้ และหน่วยประสานงานแหล่งเรียนรู้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงภายในชุมชน ดำเนินงานร่วมกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาจักร (กอ.รมน.)
  2. ศูนย์ส่งเสริมพัฒนาประชาธิปไตยตำบล (ศส.ปชต.)เพื่อสร้างการเรียรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข โดยเฉพาะสิทธิและหน้าที่ในระบอบประชาธิปไตยบูรณาการความร่วมมือกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
  3. ศูนย์ดิจิทัลชุมชน ซึ่งบริหารจัดการฐานข้อมูลที่จำเป็นสำหรับ กศน. และชุมชน เพื่อให้มีความรู้และรับรู้ที่เท่าทันปรับตัวให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลกยุคดิจิทัล
  4. ศูนย์การศึกษาตลอดชีวิตชุมชนเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการศึกษาในระบบการศึกษา นอกระบบการศึกษา และการศึกษาตามอัธยาศัย ให้มีคุณภาพที่สอดคล้องกับนโยบายทางการศึกษา โดยยึดชุมชนเป็นฐานในการดำเนินงาน โดย กศน.ตำบลมีบทบาทเป็นผู้ประสานงานและอำนวยความสะดวก

คณะกรรมการ กศน.ตำบลในเวียง

ที่ ชื่อ – สกุล วุฒิการศึกษา ชุมชน ตำแหน่ง
1 ด.ต วิฑูรย์  ขัติยศ ปริญญาตรี ดอนศรีเสริม ประธาน
2 นายสมหวัง  ระวังยศ ปริญญาตรี เชียงแข็ง รองประธาน
3 นายชลิน  วิชาญ ปริญญาตรี น้ำล้อม กรรมการ
4 นายประเสริฐ  บุญมี ปริญญาตรี ช้างเผือก กรรมการ
5 นายเอกชัย  อินทะนันท์ ปริญญาตรี พวงพะยอม กรรมการ
6 นายประหยัด  ส่องเนตร ปริญญาตรี ประตูปล่อง กรรมการ
7 นางสาววัทนา ไชยวงศ์ ปริญญาตรี ไผ่เหลือง กรรมการ
8 นายศรศักดิ์ พรหมจักร ปริญญาตรี ภูมินทร์ – ท่าลี่ กรรมการ
9 นายประเทือง ปะนะ ปริญญาตรี ท่าช้าง กรรมการ
10 นายสุนทร  วงแสน ปริญญาตรี ช้างค้ำ กรรมการ
11 นายวิสุทธิ์  ไชยวงศ์ ปริญญาตรี พระเนตร กรรมการ
12 นายอดิศักดิ์ เจดีย์ศรี ปริญญาตรี มณเฑียร กรรมการ
13 นายนิคม  บริบูรณ์ ปริญญาตรี หัวเวียงใต้ กรรมการ
14 นาอริสา  บุญสม ปริญญาตรี หัวข่วง กรรมการ
15 ร.ต.สมชาย  อินต๊ะ ปริญญาตรี ค่ายสุริยะพงษ์ กรรมการ
16 นายกฤษณากร  จรรยา ปริญญาตรี สวนตาล กรรมการ
ที่ ชื่อ – สกุล วุฒิการศึกษา ชุมชน ตำแหน่ง
17 นางอินอร  ชิณวงศ์ ปริญญาตรี มหาโพธิ์ กรรมการ
18 นายพิเชฐ ไชยวงศ์หวั่นท๊อก ปริญญาตรี ศรีพันต้น กรรมการ
19 นายอุทัยพันธ์  ใหม่กู้ศิรกุล ปริญญาตรี มงคล กรรมการ
20 นางทัศนีย์ นันทสว่าง ปริญญาตรี ดอนแก้ว กรรมการ
21 นายวิโรจน์  ชูเตชะ ปริญญาตรี สถารศ กรรมการ
22 นายปริญญา มหายศนันท์ ปริญญาตรี พระเกิด กรรมการ
23 นายองอาจ จันติ๊บ ปริญญาตรี มิ่งเมือง กรรมการ
24 นายเสกสรร  ต๊ะวิไชย ปริญญาตรี อภัย กรรมการ
25 นายพีระพล  ดอนอินผล ปริญญาตรี อรัญญาวาส กรรมการ
26 นายชูชาติ  ฐิติวัชร์วรกุล ปริญญาตรี พญาภู กรรมการ
27 นายวิรัช สุกลไทย ปริญญาตรี เมืองเล็น กรรมการ
28 นายสมพร สุขทั่วญาติ ปริญญาตรี สวนหอม กรรมการ
29 นางลัดดาวัลย์  หงสนันทน์ ปริญญาตรี ครู อาสาสมัครฯ กรรมการ
30 นางสาววัชราภรณ์  เทียมแสน ปริญญาตรี ครู กศน.ตำบล กรรมการ/เลขาฯ

 

อาสาสมัคร กศน.ตำบลในเวียง

ที่ ชื่อ – สกุล ระดับการศึกษา
1 นายวิษณุ  แก้วหม่อง ม.ต้น
2 นายกิตติภณ  สุขทั่วญาติ ม.ต้น
3 นางสาวน้ำฝน ทองคำ ม.ปลาย
4 นางสาวสุกัญญา บุญวัน ม.ปลาย
5 นายรัชชานนท์ พงศ์ศรี ม.ปลาย

บุคลากร กศน.ตำบลในเวียง

  1. นางสาววัชราภรณ์ เทียมแสน หัวหน้าครูกศน.ตำบลในเวียง

ข้อมูลพื้นฐานเพื่อการวางแผน

 2.1 สภาพทั่วไปของชุมชน

         ลักษณะทางภูมิศาสตร์

          เทศบาลเมืองน่านมีพื้นที่ 5.4 ตารางกิโลเมตร ประกอบด้วย 1 ตำบล คือ ตำบลในเวียง มีการจัดตั้งชุมชนย่อยแบ่งเป็น 28 ชุมชน ซึ่งมีความศรัทธาในวัดที่ชาวบ้านได้ถือปฏิบัติกันมาเป็นเวลานานและแต่ละชุมชนจะมีคณะกรรมการชุมชน ตามรูปแบบที่กรมการปกครองกำหนด มีการเลือกตั้งประธานชุมชนซึ่งแต่ละชุมชนมีขนาดใหญ่ เล็ก แตกต่างกันไป

ในปี พ.ศ.2552 ราษฎร จำนวน 3 หมู่บ้านของตำบลผาสิงห์ ได้แก่ บ้านสวนหอม หมู่ที่ 3 บ้านดอนสวรรค์ หมู่ที่ 8 และบ้านฟ้าใหม่ หมู่ที่ 9 ได้แสดงเจตจำนงของรวมพื้นที่เข้ากับเทศบาลเมืองน่านหลังจากทำการสำรวจเจตนารมณ์แล้วจึงได้มีประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง เปลี่ยนแปลงเขตเทศบาลเมืองน่านอำเภอเมืองน่านจังหวัดน่านเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2545 ให้เปลี่ยนแปลงเขตเทศบาล เมืองน่าน โดยรับรวมพื้นที่ของหมู่บ้านทั้งสามของตำบลผาสิงห์เข้ากับเทศบาลนับเป็นการเปลี่ยนแปลงเขตเทศบาลเมืองน่านเป็นครั้งแรกตั้งแต่มีการจัดตั้ง

ทิศเหนือ          จุดบริเวณบ้านปางถิ่น อบต.ฝายแก้ว และสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล

ทิศใต้             จุดบริเวณบ้านพญาวัด อบต.ดู่ใต้

ทิศตะวันออก     ขนานแม่น้ำน่าน

ทิศตะวันตก      จุดอบต.ผาสิงห์

 

อำเภอภูเพียง
ตำบลผาสิงห์
ตำบลดู่ใต้
  แม่น้ำน่าน

ลักษณะภูมิประเทศ

ภูมิประเทศในเขตเทศบาลเมืองน่านส่วนใหญ่เป็นที่ราบลุ่ม ทิศตะวันออกติดแม่น้ำน่านในฤดูฝนมีน้ำท่วมขัง (น้ำท่วมขังประมาณ 2-3 วัน) ด้านทิศตะวันตก มีลักษณะภูมิประเทศเป็นที่ราบเป็นที่ตั้งของชุมชนและพื้นที่เกษตรกรรมบางส่วน ในเขตเทศบาลเมืองน่าน ซึ่งเป็นเมืองเก่าพื้นที่ส่วนในจะเป็นบริเวณที่มีประชากรหนาแน่น เป็นย่านธุรกิจการค้า โรงแรม ประมาณร้อยละ 90 ของถนนบริเวณศูนย์กลางเมืองจะมีร้านค้าตั้งอยู่สองข้างทาง และถนนในเขตเทศบาลบางแห่ง ค่างข้างเล็กและแคบไม่สามารถขยายออกไปได้

ลักษณะภูมิอากาศ

มีความแตกต่างกันของฤดูกาล โดยอากาศจะร้อนอบอ้าวในฤดูร้อน และหนาวเย็นในฤดูหนาว โดยได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ พัดพาเอาความชุ่มชื้นมาสู่ภูมิภาค ทำให้มีผลตกชุก ในเดือนพฤษภาคมถึงเดือนกันยายน ซึ่งเป็นช่วงฤดูฝน และจะได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ พัดพาเอาความหนาวเย็นสู่ภูมิภาค ในเดือนตุลาคมถึงกุมภาพันธ์ และในช่วงเดือนมีนาคมถึงเมษายน จะได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันออกเฉียงใต้ ทำให้มีสภาพอากาศร้อน นอกจากนี้จังหวัดน่าน ยังมีสภาพภูมิประเทศโดยรอบ เป็นหุบเขาและภูเขาสูงชันมาก ทิวเขาวางตัวในแนวเหนือใต้ ทำให้บริเวณยอดเขา สามารถรับความกดอากาศสูงที่แผ่มาจากประเทศจีนในฤดูหนาว ได้อย่างทั่วถึงและเต็มที่ ขณะเดียวกันที่ทิวเขาวางตัวเหนือใต้ ทำให้เสมือนกำแพงปิดกั้นลมมรสุมทางทิศตะวันออก รวมทั้งยังมีระดับความสูงเฉลี่ยบนยอดเขา กับความสูงเฉลี่ยที่ผิวแตกต่างกันมาก และยังมีระดับความสูงเหนือระดับน้ำทะเล จากปัจจัยทั้งหลายเหล่านี้ ในตอนกลางวัน ถูกอิทธิพลของแสงแดดเผา ทำให้อุณหภูมิร้อนมาก และในตอนกลางคืนจะได้รับอิทธิพลของลมภูเขา พัดลงสู่หุบเขา ทำให้อากาศเย็นในตอนกลางคืน

การปกครอง    

เทศบาลเมืองน่านมีเขตปกครอง 2 ตำบล รวม 31 แห่ง (28 ชุมชน และ 3 หมู่บ้าน) มีพื้นที่รวมกันทั้งสิ้น 7.6 ตารางกิโลเมตร ประกอบด้วย

ที่ ชื่อชุมชน ที่ ชื่อชุมชน ที่ ชื่อชุมชน
1 ชุมชนบ้านช้างค้ำ 11 ชุมชนบ้านพญาภู 21 ชุมชนบ้านพระเนตร
2 ชุมชนบ้านมิ่งเมือง 12 ชุมชนบ้านดอนศรีเสริม 22 ชุมชนบ้านช้างเผือก
3 ชุมชนบ้านศรีพันต้น 13 ชุมชนบ้านสวนหอม 23 ชุมชนบ้านสถารส
4 ชุมชนบ้านอภัย 14 ชุมชนบ้านหัวเวียงใต้ 24 ชุมชนบ้านมหาโพธิ์
5 ชุมชนบ้านพวงพยอม 15 ชุมชนบ้านสวนตาล 25 ชุมชนบ้านเชียงแข็ง
6 ชุมชนบ้านมณเฑียร 16 ชุมชนบ้านดอนแก้ว 26 ชุมชนบ้านน้ำล้อม
7 ชุมชนบ้านไผ่เหลือง 17 ชุมชนวัอรัญญาวาส 27 ชุมชนบ้านประตูปล่อง
8 ชุมชนบ้านหัวข่วง 18 ชุมชนบ้านเมืองเล็น 28 ชุมชนค่ายสุริยพงษ์
9 ชุมชนบ้านมงคล 19 ชุมชนบ้านท่าช้าง
10 ชุมชนบ้านพระเกิด 20 ชุมชนบ้านภูมินทร์–ท่าลี่

 2.2 ข้อมูลด้านประชากร

จำนวนประชาชนในเขตเทศบาลเมืองน่าน ณ เดือนธันวาคม พ.ศ. 2566

– จำนวนบ้านเรือนทั้งหมดในเขตพื้นที่รับผิดชอบ 10,625 หลังคาเรือน

– จำนวนประชากรทั้งหมด 20,213 คน

แยกเป็นชาย 10,025 คน หญิง 10,188 คน

ตำบลในเวียง ชาย 9,093 คน หญิง 9,243 คน

ตำบลผาสิงห์ ชาย 932 คน หญิง 945 คน

– จำนวนประชากรต่างด้าวที่จดทะเบียนในเขตเทศบาลเมืองน่าน 262 คน

สัญชาติเมียนมาร์ จำนวน 24 คน แบ่งเป็น ชาย 8 คน หญิง 16 คน

สัญชาติลาว จำนวน 180 คน แบ่งเป็น ชาย 72 คน หญิง 108 คน

2.3 ข้อมูลด้านสังคม

         ด้านสังคมและประเพณีและวัฒนธรรมไทยของคนในชุมชน สภาพสังคมของประชาชนส่วนใหญ่อยู่เป็นครอบครัวใหญ่มีวงศาคณาญาติปลูกบ้านอยู่ในละแวกเดียวกันส่วนใหญ่ร้อยละ 99 นับถือศาสนาพุทธ มีศาสนาคริสต์ศาสนาอิสลาม บาง บ้างส่วน มีวัดประจำชุมชน เป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาและเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวบ้านซึ่งทำให้เกิดประเพณีและวัฒนธรรมต่างๆ ที่สำคัญ ดังนี้

  1. ประเพณีสงกรานต์ ซึ่งตรงกับวันที่ 13 – 16 เมษายนของทุกปี โดยมีประเพณีที่สำคัญ คือ วันที่ 15 เมษายน มีการรดน้ำดำหัวผู้เฒ่าผู้แก่ เพื่อขอขมาลาโทษในสิ่งที่เคยล่วงเกินและเป็นการแสดงความเคารพนับถือต่อบุพการีและบรรพบุรุษ เพื่อความเป็นสิริมงคลในชีวิตของลูกหลาน และมีกิจกรรมอื่นๆอีกมากมาย อาทิ การตักบาตร การก่อเจดีย์ทรายเพื่อปักตุงล้านนา มีการสงฆ์น้ำพระ
  2. ประเพณีตานก๋วยสลาก (สลากพัตร) ซึ่งตรงกับเดือนตุลาคมของทุกปีในสมัยก่อนจะมีการตานก๋วยสลากในทุกชุมชนแต่ในปัจจุบันจะสลับหมุนเวียนกันประมาณ 2-3 ชุมชน เพราะติดในเรื่องสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน ประเพณีมีอยู่ 2 วัน กิจกรรมการพบปะญาติพี่น้อง เพื่อนฝูง ในหมู่บ้านหรือต่างตำบล ได้มาพบปะสังสรรค์กันถือเป็นการเชื่อมความสัมพันธ์ไมตรีของประชาชนและการตานก๋วยสลากของให้ผู้ล่วงลับได้รับผลบุญที่เราอุทิศส่วนกุศลไปให้
  3. พิธีสืบชะตา ได้แก่ การสืบชะตาต่ออายุ สืบชะตาหมู่บ้าน มีจุดประสงค์เพื่อความเป็นศิริมงคลเสริมดวงชะตา ปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายออกจากตัว และชุมชน ถือว่าเป็นพิธีกรรมที่ศักดิ์สิทธิ์มาก
  4. ประเพณีแห่งเทียนเนื่องในวันอาสาฬหบูชา และเนื่องในวันเข้าพรรษา เพื่อเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนในท้องถิ่น ร่วมกันรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามที่ปฏิบัติสืบต่อกันมาเป็นเวลาช้านานให้ดำรงไว้สืบไป ทั้งยังเป็นการสืบสานประเพณีที่ดีงาม ซึ่งเมื่อวันเข้าพรรษาของพระภิกษุสงฆ์ จะต้องอยู่จำพรรษาเป็นเวลา 3 เดือน ครั้งสมัยพุทธกาลและสมัยโบราณไม่มีไฟฟ้าใช้ ชาวบ้านจึงร่วมใจกันหล่อเทียนต้นใหญ่ขึ้น และพร้อมใจกันแห่ไปถวายพระภิกษุสงฆ์ได้จุดให้แสงสว่างในการปฏิบัติกิจวัตรเป็นพุทธบูชา ซึ่งได้ถือสืบทอดกันมาเป็นนาน

ปัจจุบันนี้สภาพสังคมในตำบล ยังคงยึดถือและปฏิบัติตามประเพณีที่เคยทำกันมาแม้ว่าวิถีและวัฒนธรรมบางอย่างที่เกิดขึ้นมาใหม่จากความทันสมัยของเทคโนโลยีในรูปแบบต่าง ๆ เช่นโทรศัพท์มือถือ อินเตอร์เน็ต สังคมออนไลน์ต่าง ๆ ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อวิถีชีวิตดั้งเดิม อย่างไรก็ตามความทันสมัยของเทคโนโลยีที่เข้ามามีทั้งข้อดีและข้อเสีย ที่ทำให้เกิดปัญหาต่าง ๆ ในสังคมมากมายโดยเฉพาะปัญหาเด็กเยาวชน วัยรุ่น มีบุตรโดยไม่อยู่ในวัยอันควร เรียนไม่จบ ติดยาเสพติด ติดเกม หนีเรียน อันเนื่องมาจากการขาดการดูแลเอาใจใส่จากผู้ปกครอง ขาดความอบอุ่นจากครอบครัวหรือครอบครัวแตกแยกการเลี้ยงดูบุตรแบบวัตถุนิยม เป็นต้น การปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบันจึงเป็นเรื่องจำเป็นต้องให้ประชาชนทุกกลุ่ม ทุกเพศทุกวัย ยอมรับ และเรียนรู้ที่จะ เลือกสิ่งที่ดีเข้ามาในชีวิต และรักษาไว้ซึ่งประเพณีวัฒนธรรมที่ดีงามให้คงอยู่สืบต่อถึงลูกหลานต่อไป

ข้อมูลด้านเศรษฐกิจ

    อาชีพของประชากรในตำบล

  1. รับจ้าง
  2. ค้าขาย
  3. รับราชการ / พนักงานรัฐวิสาหกิจ
  4. ทำนา ทำสวน

การค้าขายในตำบล เป็นอาชีพที่สร้างรายได้ค่อนข้างดี เนื่องจากทำเลที่ตั้งอยู่ในเขตใจกลางเมืองและเป็นทางเชื่อมไปสู่อำเภอต่างๆ

  • ร้านค้าตึกแถว ในพื้นที่ 85 ร้านค้า
  • ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้าในพื้นที่ 1 แห่ง
  • สถานีบริการน้ำมัน ในพื้นที่ 5 ปั๊ม
  • อู่ซ่อมรถในพื้นที่ 15 อู่
  • ร้านเสริมสวยในพื้นที่ 106 ร้าน
  • ตลาดสด ในพื้นที่ 6 แห่ง ( ตลาดเทศบาล 2 แห่ง / ตลาดเอกชน 4 แห่ง )
  • สถานที่สะสมอาหารประเภทของชำทั่วไป 175 แห่ง
  • สถานที่สะสมอาหารร้านสะดวกซื้อ 15 แห่ง
  • โรงแรมที่พักสำหรับนักท่องเที่ยวในพื้นที่ 25 แห่ง
  • บ้านให้เช่า หอพัก ที่อาศัยเชิงพาณิชย์ ในพื้นที่ 145 แห่ง
  • สถานบันเทิง 4 แห่ง
  • ร้านสาป นวดแผนไทย ในพื้นที่ 25 แห่ง

แหล่งเรียนรู้ในชุมชน และทุนด้านงบประมาณที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์เพื่อการจัดการศึกษาประเภทบุคคล ประเภทสถานที่และองค์กร ประเภททรัพยากรธรรมชาติ ประเภทกิจกรรมทางสังคม วัฒนธรรมและต้นทุนงบประมาณ  (ระบุแหล่งทุนด้านงบประมาณของชุมชน ตำบลในเวียง)

  1. แหล่งเรียนรู้ประเภทบุคคล ได้แก่
ชื่อ – สกุล ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ อายุ ภูมิปัญญา (ด้าน)
นายโชติ   สลีอ่อน 9 บ้านหัวเวียงใต้ 054-751073 42 จิตรกรรม / วาดรูป
นายคำปัน   สวนทะ 16 บ้านหัวเวียงใต้ 054-750491 83 พิธีทางศาสนา
นายบุญช่วย   หิรัญวิทย์ 37/1 บ้านประตูปล่อง 054-751089 75 เครื่องเงิน
นายสังคม   หิรัญวิทย์ 128 บ้านประตูปล่อง 054-771591 48 ช่างเหล็ก
นายเกตุ   จักรน้อย 28/1 บ้านช้างเผือก 054-772172 54 ช่างเชื่อม
นางบุญร่วม   วุฒิ 3/1 บ้านสวนตาล 054-750136 62 ดอกไม้ใยบัว
นายสิทธเยศ   อินทะรังสี 20/1 บ้านมงคล 089-7012047 28 ช่างเขียน
นายเกษม   ศิริรัตน์พิริยะ 226/1 บ้านอรัญวาส 054-710501 54 ภาษาล้านนา
นางจันทร์เพ็ญ   ณ น่าน 132/2 บ้านอรัญวาส 054-772211 68 เย็บใบตอง
นายเย็น   สมมิ 2/8 บ้านอรัญวาส 054-775636 82 สมุนไพร

 

  1. แหล่งเรียนรู้ประเภทสถานที่ ชุมชน กลุ่มทางเศรษฐกิจ สังคม ได้แก่
ที่ ชื่อและแหล่งเรียนรู้ ประเภทแหล่งเรียนรู้ ที่ตั้ง/หมู่ที่/ตำบล
1 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ โบราณสถาน ชุมชนบ้านช้างค้ำ
2 วัดช้างค้ำ โบราณสถาน ชุมชนบ้านช้างค้ำ
3 วัดภูมินทร์ โบราณสถาน ชุมชนบ้านภูมินทร์ – ท่าลี่
4 การประดิษฐ์ดอกไม้ใบเตย กลุ่มผู้สูงอายุ ชุมชนบ้านไผ่เหลือง
5 การรำกลองยาว บุคคล ชุมชนบ้านอรัญวาส
6 รำวงมะเก่า กลุ่มผู้สูงอายุ ชุมชนบ้านน้ำล้อม
7 การทำตุง กลุ่มผู้สูงอายุ ชุมชนบ้านพระเกิด
8 โฮงฟองคำ บุคคล ชุมชนบ้านพระเกิด
9 ศูนย์เรียนรู้ ขยะ บุคคล ชุมชนบ้านมหาโพธิ์

 

  1. แหล่งสนับสนุน ทุน งบประมาณ ประเภทองค์กร ได้แก่
ที่ ชื่อแหล่งเรียนรู้ การสนับสนุน ที่อยู่ / ที่ตั้ง
1 เทศบาลเมืองน่าน สถานที่ / วิทยากร ชุมชนสวนตาล
2 สถานีตำรวจภูธรจังหวัดน่าน วิทยากร ชุมชนภูมินทร์ – ท่าลี่
3 กองสาธารณสุขจังหวัดน่าน วิทยากร ชุมชนสวนตาล
4 โรงพยาบาลจังหวัดน่าน วิทยากร ชุมชนค่ายสุริยพงษ์
5 ค่ายสุริยพงษ์ วิทยากร ชุมชนค่ายสุริยพงษ์

การท่องเที่ยวและการบริการ

ตำบลในเวียงมีศักยภาพทางด้านการท่องเที่ยว ทั้งในด้านปูชนียสถานและด้านแหล่งท่องเที่ยวทางโบราณวัตถุ และที่สำคัญที่สุด ซึ่งนับได้ว่าเป็นเอกลักษณ์และสร้างชื่อเสียงเป็นอย่างยิ่ง ได้แก่ วัดภูมินทร์ โฮงเจ้าฟองคำ การสะเดาะเคราะห์โดยตุงทาคิง ซึ่งทางเทศบาลเมืองน่าน ได้ให้การสนับสนุน และมีการประชาสัมพันธ์ ส่งเสริมการท่องเที่ยวของตำบลทุกปี

การไฟฟ้า

การบริการไฟฟ้าในเขตตำบลในเวียง อยู่ในความดูแลของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จังหวัดน่าน โดยปัจจุบันในทุกชุมชนมีกระแสไฟฟ้าใช้ทุกครัวเรือน และทุกครัวเรือนจะมีการติดตั้งหม้อแปลงไฟฟ้าและมีมิเตอร์บอกหน่วยของการใช้ไฟฟ้า

การประปา

ตำบลในเวียง ใช้น้ำประปา เพื่ออุปโภคบริโภคทุกชุมชน ซึ่งอยู่ในความดูแลของการประปาจังหวัดน่าน โดยทุกหลังคาเรือนจะมีมิเตอร์การใช้น้ำประปา และมีบางส่วนที่ใช้น้ำบ่อร่วมกับน้ำประปา

การใช้โทรศัพท์

ครัวเรือนส่วนใหญ่มีการใช้โทรศัพท์ติดต่อสื่อสารกัน ทั้งโทรศัพท์บ้านและโทรศัพท์มือถือ จากการสำรวจข้อมูลผู้ใช้โทรศัพท์พบว่า มีจำนวนผู้ใช้โทรศัพท์คิดเป็นร้อยละ 30 ของครัวเรือนทั้งหมด และมีจำนวนผู้ใช้โทรศัพท์มือถือ คิดเป็นร้อยละ 99 จากจำนวนประชากรทั้งหมด

ปัญหาและความต้องการทางการศึกษาของประชาชนที่จำแนกตามลักษณะของกลุ่มเป้าหมาย

ด้านการรู้หนังสือ ด้านการศึกษาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สายสามัญ และ ปวช.) ด้านอาชีพ ด้านการพัฒนาทักษะชีวิต ด้านการพัฒนาสังคมและชุมชน ด้านปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงด้านการศึกษาตามอัธยาศัย

ข้อมูลด้านการศึกษา

สถานศึกษาในพื้นที่ตำบลในเวียง ประกอบด้วย โรงเรียนระดับประถมศึกษา 7 แห่ง และเรียนระดับมัธยมศึกษา จำนวน 1 แห่ง วิทยาลัย 2 แห่ง มหาวิทยาลัย 1 แห่ง ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยตำบลในเวียง จำนวน 1 แห่ง และศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก 1 แห่ง ดังนี้

ลำดับ ชื่อสถานศึกษา
1 โรงเรียนน่านคริสเตียนศึกษา
2 โรงเรียนอยู่วิทยา
3 โรงเรียนจุมปีวนิดาภรณ์
4 โรงเรียนสามัคคีวิทยคาร (เทศบาลบ้านพระเนตร)
5 โรงเรียนดรุณวิทยา (เทศบาลบ้านสวนตาล)
6 โรงเรียนชินจง
7 โรงเรียนบ้านดอนศรีเสริม
8 โรงเรียนราชานุบาล
9 โรงเรียนสตรีศรีน่าน
10 วิทยาลัยเทคนิคน่าน
11 วิทยาลัยสารพัดช่างน่าน
12 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตน่าน
13 ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลเมืองน่าน
14 กศน.ตำบล ในเวียง

ตำบลในเวียงระดับการศึกษาของประชาชนในตำบล กลุ่มนักศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่อยู่ในช่วงอายุ 14 – 25 ปี จะประสบปัญหาในเรื่องการเรียนไม่จบการศึกษาในระบบด้วยสาเหตุต่างๆ เช่น ปัญหาครอบครัวแตกแยก พ่อแม่แยกทางกัน ปัญหาท้องในวัยเรียน ปัญหาติดเพื่อน ติดเกมส์ออนไลน์ เป็นต้น เมื่อเข้ามาเรียนการศึกษานอกระบบและการศึกษาอัธยาศัย มีอิสระในการเรียนมากขึ้น เวลาเรียนกับครูลดลง ส่วนใหญ่เป็นการเรียนรู้ด้วยตนเอง และกลุ่มบุคคลเหล่านี้ไม่มีความรับผิดชอบในหน้าที่ของตนเอง ไม่ให้ความสำคัญกับการเข้ามาเรียนใน กศน. จึงทำให้การเรียนของนักศึกษาที่ลงทะเบียนเรียน ไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร ส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนในภาพรวมต่ำ

กศน.ตำบลในเวียง ในรอบปีที่ผ่านมามี จำนวนนักศึกษาทั้งหมด 66 คน แยกตามระดับดังนี้

  • ระดับประถมศึกษา   2 คน
  • ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 19 คน
  • ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย  45 คน

ในการจัดการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขึ้นพื้นฐานในปีงบประมาณ 2566 มีนักศึกษาจำนวนที่ลงทะเบียนเรียนทั้งหมด 53 คน มีนักศึกษาคงอยู่ จำนวน 53 คน และมีผู้จบหลักสูตรทั้งหมด 11 คน คิดเป็นร้อยละ 20.75 แยกตามลำดับดังนี้

  • ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น   6 คน
  • ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย     5 คน

จากข้อมูลดังกล่าว พบว่า มีจำนวนผู้จบหลักสูตรค่อนข้างน้อย ซึ่งสอดคล้องกับผลการประเมินตนเองในมาตรฐานคุณภาพผู้เรียน มีตัวบ่งชี้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนค่อยข้างต่ำ ส่งผลให้ผู้เรียนจบหลักสูตรน้อย และจากการสรุปผลข้อมูลผลการดำเนินงานจัดการศึกษาหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 พบว่าผู้เรียนส่วนใหญ่เห็นว่า เนื้อหารายวิชาของหลักสูตรมีหลายหลาย ยากต่อการเรียนรู้ด้วยตนเองในเวลาจำกัด เนื่องจากมีหลายวิชาที่ครูไม่มีความชำนาญเฉพาะวิชาทำให้ไม่สามารถสอนได้ แม้จะมีการสอนเสริมแต่ห้วงเวลาไม่เพียงพอที่จะเข้าใจเนื้อหาทั้งหมดสำหรับวิชาที่ยากได้ ในขณะเดียวกันครูต้องรับผิดชอบ ผู้เรียนต่างความรู้พื้นฐาน ผู้เรียนบางกลุ่มไม่สนใจเรียน ขาดความรับผิดชอบและการมาพบกลุ่มของผู้เรียนไม่มาเรียนอย่างสม่ำเสมอ ทำให้ครูต้องจัดทำแผนการสอนที่หลากหลาย ออกแบบการเรียนรู้และจัดเตรียมสื่อประกอบการเรียนให้สอดคล้องกับผู้เรียนทุกกลุ่มทุกรูปแบบ ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากที่ครูจะสามารถทำได้ครบถ้วนสมบูรณ์ เนื่องจากครูมีภาระงานที่เพิ่มมากขึ้น จึงส่งผลต่อคุณภาพของผู้เรียนและผลสัมฤทธิ์การเรียนค่อนข้างต่ำ

ปัญหาและความต้องการทางการศึกษาของประชากรที่จำแนกตามลักษณะของกลุ่มเป้าหมาย

กลุ่มเป้าหมาย ปัญหาและความต้องการ แนวทางการแก้ไข
กลุ่มคนไม่รู้หนังสือ/

สภาวะลืมหนังสือ

ส่วนใหญ่จะเป็นผู้สูงอายุเกิดปัญหาทางสายตาและความจำ และอีกกลุ่มอายุประมาณ 50 – 60 ปี เป็นกลุ่มที่ไม่มีเวลาเรียนเพราะต้องทำงานหาเลี้ยงครอบครัว

 

สนับสนุนส่งเสริมกิจกรรมเสริมความจำ บริการกลุ่มเป้าหมายให้เอื้อต่อการเรียนรู้ เช่น จัดการเรียนการสอนที่บ้าน มีสื่อที่ช่วยเรียนรู้ได้ดีขึ้น
กลุ่มเป้าหมาย ปัญหาและความต้องการ แนวทางการแก้ไข
กลุ่มวัยเด็กและเยาวชน ส่วนใหญ่อยู่ในความดูแลของพ่อแม่ ยาย ย่า ตา ปู่ เรียนการศึกษาภาคบังคับ ปัญหาที่เกิดคือ เป็นวัยกำลังเรียนรู้ บางครอบครัวไม่ดูแลใส่ใจอย่างใกล้ชิด ทำให้เด็กหลงผิดได้ง่าย   ติดเพื่อน เรียนไม่จบ พ่อแม่วัยใส ติดเกมส์ เป็นต้น – จัดกิจกรรมการศึกษานอกระบบ ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน

– จัดกิจกรรมการศึกษาเพื่อพัฒนาสังคม และชุมชน

– จัดกิจกรรมการศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะชีวิต เพื่อการพัฒนาการเรียนรู้และเพิ่มเติมทักษะการใช้ชีวิตในสังคมและชุมชน

– จัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนตามคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของหลักสูตร

กลุ่มวัยแรงงาน ส่วนใหญ่จะเกี่ยวกับปัญหาไม่มีเวลาพัฒนาตนเองในด้านการศึกษา เพราะต้องทำงานเลี้ยงครอบครัว – จัดกิจกรรมแนะแนว ส่งเสริมการจัดกิจกรรมการศึกษานอกระบบ ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน

– จัดกิจกรรมการศึกษาเพื่อพัฒนาอาชีพ

– จัดกิจกรรมศึกษาต่อเนื่องทุกรูปแบบ เพื่อการพัฒนาอาชีพให้ก่อเกิดรายได้เสริม พร้อมทั้งการเรียนรู้ในการพัฒนาของตนเอง ชุมชน และสังคม

กลุ่มผู้สูงอายุ ส่วนใหญ่จะขาดความรู้ความเข้าใจในการดูแลสุขภาพตนเอง – จัดกิจกรรมการศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะชีวิตด้านการดูแลสุขภาพกายและสุขภาพจิต พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ
กลุ่มผู้พิการ ส่วนใหญ่จะเกิดปัญหาร่างกายพิการ ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ไม่สามารถเรียนรู้ได้อย่างคนปกติ – จัดกิจกรรมการศึกษาต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้พิการในการสร้างคุณค่าในตัวเอง