ข้อมูลพื้นฐานของ กศน. ตำบลในเวียง
1.ข้อมูลทั่วไป
1.1 ประวัติความเป็นมาของ กศน. ตำบลในเวียง
ประวัติความเป็นมา กศน. ตำบลในเวียง
ศูนย์การศึกษานอกโรงรียนจังหวัดน่าน อาศัยอำนาจตามคำสั่งกรมการศึกษานอกโรงเรียนที่ 348/ 2542 ลงวันที่ 26 พฤษภาคม 2542 เรื่อง มอบอำนาจในการจัดตั้งศูนย์การเรียนชุมชน ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดปฏิบัติราชการแทน ในการประกาศจัดตั้งศูนย์การเรียนชุมชนในเขตพื้นที่จังหวัดน่าน เพื่อเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ที่ให้บริการการศึกษานอกโรงเรียน และการศึกษาตามอัธยาศัยตลอดจนการส่งเสริมการศึกษาในระบบโรงเรียน และสนองความต้องการสำหรับประชาชนและกลุ่มเป้าหมายต่างๆ อย่างครอบคลุมพื้นที่อย่างแท้จริง
ในวันที่ 1 ตุลาคม 2545 ได้มีประกาศจังหวัดน่าน จัดตั้งศูนย์การเรียนชุมชนประจำตำบลในเวียงโดยมีสถานที่จัดตั้ง อยู่ ณ เลขที่ 84 ถนนสมุนเทวราช ตำบลในเวียง อำเภอเมือง จังหวัดน่าน (ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดน่าน) โดยมีนางลัดดาวัลย์ หงสนันทน์ ทำหน้าที่ครุประจำศูนย์การเรียนตำบลในเวียง ต่อมามีหนังสือกรมการศึกษานอกโรงเรียนที่ ศธ 0406/ว4 ลงวันที่ 29 มกราคม 2546 เรื่องปรับปรุงแนวทางการดำเนินงานศูนย์การเรียนชุมชนและครูประจำศูนย์การเรียนชุมชนการจัดตั้งศูนย์การเรียนชุมชน สถานที่จัดตั้งศูนย์การเรียนชุมชนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นร่วมชุมชนพิจารณาความเหมาะสม โดยสถานศึกษาให้การส่งเสริมสนับสนุนและอำนวยความสะดวก ทั้งนี้ไม่อนุญาตให้จัดตั้งศูนย์การเรียนชุมชนในศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัด/กรุงเทพมหานครและศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอ/เขต ศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอเมืองน่านจึงทำหนังสือหารือกับหน่วยงานเทศบาลเมืองน่านและทางเทศบาลเมืองน่านได้ให้ความอนุเคราะห์จัดสถานที่ให้ โดยใช้อาคารป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลเมืองน่าน ซึ่งตั้งอยู่เลขที่ 214/9 ถนนมหายศ ตำบลในเวียง อำเภอเมือง จังหวัดน่านเป็นสถานที่ตั้งศูนย์ดารเรียนชุมชนตำบลในเวียงมา ตามประกาศ เรื่องการจัดตั้งศูนย์การเรียนชุมชน ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2545 ประกาศ ณ วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2546 ถึงปัจจุบันโดยประกาศในพระราชกฤษฎีกาตราไว้ ณ วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2479
1.2 ที่ตั้งปัจจุบัน จัดกิจกรรมกาเรียนการสอน ณ อาคารเลขที่ 84 (ติดกับอาคารสำนักงาน กศน.อำเภอเมืองน่าน) ถนนสุมนเทวราช ตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน
2.แผนที่
กศน.ตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน
ณ อาคารเลขที่ 84 (ติดกับอาคารสำนักงานกศน.อำเภอเมืองน่าน) ถนนสุมนเทวราช ตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน

3.ระยะทาง
กศน. ตำบลในเวียง อยู่ในพื้นที่บริเวณเดียวกับ กศน.จังหวัดน่านและกศน.อำเภเมืองน่าน ห่างกัน 100 เมตร
บทบาทหน้าที่ ของ กศน.ตำบล
กศน.ตำบล เป็นหน่วยงานในสังกัด กศน.อำเภอ มีฐานะเป็นหน่วยจัดกิจกรรมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตของประชาชนและสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ในชุมชน กศน.ตำบลมีภารกิจที่สำคัญ ดังนี้
1.จัดกิจกรรมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยให้กับประชาชนกลุ่มเป้าหมายในชุมชนอย่างน้อยปีละ 560 คน โดยจำแนกเป็นรายกิจกรรม ดังนี้
1.1.1 การศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 40 คน
1.1.2 การศึกษาเพื่อพัฒนาอาชีพ จำนวน 15 คน
1.1.3 การศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะชีวิต จำนวน 22 คน
1.1.4 การศึกษาเพื่อพัฒนาสังคมและชุมชน จำนวน 20 คน
1.1.5 การส่งเสริมการเรียนรู้ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง จำนวน 8 คน
- สร้าง และขยายภาคีเครือข่าย เพื่อการมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยในชุมชน
- ส่งเสริมและสนับสนุน การจัดกิจกรรมการศึกษาตามอัธยาศัยในชุมชนของภาคีเครือข่าย ทั้งในแง่ของความเข้มแข็งและความต่อเนื่องในการมีส่วนร่วม และศักยภาพในการจัด
- จัดทำระบบข้อมูลสถิติ และสารสนเทศ เกี่ยวกับประชากรกลุ่มเป้าหมายและผลการจัดกิจกรรมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย เพื่อใช้ในการวางแผนพัฒนาและแผนการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ทั้งในระดับชุมชนหรือระดับจุลภาค ระดับอำเภอ ระดับจังหวัด และภาพรวม ระดับประเทศของสำนักงาน กศน.
- จัดทำแผนงานโครงการ การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ประจำปีงบประมาณ เพื่อจัดกิจกรรมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยให้กับประชาชนกลุ่มเป้าหมายและชุมชนพัฒนาการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยตามกรอบจุดเน้นการดำเนินงานของ สำนักงาน กศน. สำนักงาน กศน. จังหวัด และ กศน. อำเภอ ที่สังกัด เพื่อการสนับสนุนงบประมาณจาก กศน.อำเภอ ที่สังกัดโดยในกรณีของการจัดกิจกรรมการศึกษาพื้นฐาน ให้ยึดค่าใช้จ่ายรายหัวตามที่ มติคณะรัฐมนตรีกำหนด คูณด้วยจำนวนนักศึกษา 60 คน สำหรับกิจกรรมอื่นๆ นั้น จัดทำแผนงานโครงการเพื่อเสนอของงบประมาณ ให้ดำเนินการตามที่ได้รับมอบจาก กศน. อำเภอ
- ประสานและเชื่อมโยงการดำเนินงาน การจัดกิจกรรมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยของศูนย์การเรียนชุมชน และภาคีเครือข่ายในตำบล โดยมีการประสานแผนการดำเนินงานภายในตำบลที่รับผิดชอบและกับ กศน.อำเภอ ที่สังกัด ตามกรอบจุดเน้นการดำเนินงาน บนพื้นฐานของความเป็นเอกภาพด้านนโยบายและความหลากหลายในการปฏิบัติ
- พัฒนาคุณภาพและมาตรฐาน การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยในความรับผิดชอบตามระบบการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาเพื่อรับรองการประกันคุณภาพภายนอกของกศน. อำเภอสังกัด
- รายงานผลการดำเนินงาน การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยต่อ กศน. อำเภอที่สังกัดตามแผนหรือข้อตกลงที่กำหนดไว้
- ปฏิบัติภารกิจอื่นๆ ที่ได้รับมอบหมาย จาก กศน.อำเภอ สำนักงาน กศน.จังหวัด หรือ สำนักงาน กศน.และตามที่กฎหมายกำหนด
แนวทางการดำเนินงานของกศน.ตำบล
กศน.ตำบลจะมีการปรับบทบาทภารกิจให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลและบริบทของพื้นที่ ตลอดจนรองรับการเป็นประชาคมอาเซียนมากขึ้น ภายใต้การขับเคลื่อนการดำเนินงาน 4 ศูนย์การเรียนรู้ ดังนี้
- ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม่เป็นศูนย์กลางการส่งเสริม จัดกระบวนการการเรียนรู้ และหน่วยประสานงานแหล่งเรียนรู้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงภายในชุมชน ดำเนินงานร่วมกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาจักร (กอ.รมน.)
- ศูนย์ส่งเสริมพัฒนาประชาธิปไตยตำบล (ศส.ปชต.)เพื่อสร้างการเรียรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข โดยเฉพาะสิทธิและหน้าที่ในระบอบประชาธิปไตยบูรณาการความร่วมมือกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
- ศูนย์ดิจิทัลชุมชน ซึ่งบริหารจัดการฐานข้อมูลที่จำเป็นสำหรับ กศน. และชุมชน เพื่อให้มีความรู้และรับรู้ที่เท่าทันปรับตัวให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลกยุคดิจิทัล
- ศูนย์การศึกษาตลอดชีวิตชุมชนเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการศึกษาในระบบการศึกษา นอกระบบการศึกษา และการศึกษาตามอัธยาศัย ให้มีคุณภาพที่สอดคล้องกับนโยบายทางการศึกษา โดยยึดชุมชนเป็นฐานในการดำเนินงาน โดย กศน.ตำบลมีบทบาทเป็นผู้ประสานงานและอำนวยความสะดวก
คณะกรรมการ กศน.ตำบลในเวียง
| ที่ | ชื่อ – สกุล | วุฒิการศึกษา | ชุมชน | ตำแหน่ง |
| 1 | ด.ต วิฑูรย์ ขัติยศ | ปริญญาตรี | ดอนศรีเสริม | ประธาน |
| 2 | นายสมหวัง ระวังยศ | ปริญญาตรี | เชียงแข็ง | รองประธาน |
| 3 | นายชลิน วิชาญ | ปริญญาตรี | น้ำล้อม | กรรมการ |
| 4 | นายประเสริฐ บุญมี | ปริญญาตรี | ช้างเผือก | กรรมการ |
| 5 | นายเอกชัย อินทะนันท์ | ปริญญาตรี | พวงพะยอม | กรรมการ |
| 6 | นายประหยัด ส่องเนตร | ปริญญาตรี | ประตูปล่อง | กรรมการ |
| 7 | นางสาววัทนา ไชยวงศ์ | ปริญญาตรี | ไผ่เหลือง | กรรมการ |
| 8 | นายศรศักดิ์ พรหมจักร | ปริญญาตรี | ภูมินทร์ – ท่าลี่ | กรรมการ |
| 9 | นายประเทือง ปะนะ | ปริญญาตรี | ท่าช้าง | กรรมการ |
| 10 | นายสุนทร วงแสน | ปริญญาตรี | ช้างค้ำ | กรรมการ |
| 11 | นายวิสุทธิ์ ไชยวงศ์ | ปริญญาตรี | พระเนตร | กรรมการ |
| 12 | นายอดิศักดิ์ เจดีย์ศรี | ปริญญาตรี | มณเฑียร | กรรมการ |
| 13 | นายนิคม บริบูรณ์ | ปริญญาตรี | หัวเวียงใต้ | กรรมการ |
| 14 | นาอริสา บุญสม | ปริญญาตรี | หัวข่วง | กรรมการ |
| 15 | ร.ต.สมชาย อินต๊ะ | ปริญญาตรี | ค่ายสุริยะพงษ์ | กรรมการ |
| 16 | นายกฤษณากร จรรยา | ปริญญาตรี | สวนตาล | กรรมการ |
| ที่ | ชื่อ – สกุล | วุฒิการศึกษา | ชุมชน | ตำแหน่ง |
| 17 | นางอินอร ชิณวงศ์ | ปริญญาตรี | มหาโพธิ์ | กรรมการ |
| 18 | นายพิเชฐ ไชยวงศ์หวั่นท๊อก | ปริญญาตรี | ศรีพันต้น | กรรมการ |
| 19 | นายอุทัยพันธ์ ใหม่กู้ศิรกุล | ปริญญาตรี | มงคล | กรรมการ |
| 20 | นางทัศนีย์ นันทสว่าง | ปริญญาตรี | ดอนแก้ว | กรรมการ |
| 21 | นายวิโรจน์ ชูเตชะ | ปริญญาตรี | สถารศ | กรรมการ |
| 22 | นายปริญญา มหายศนันท์ | ปริญญาตรี | พระเกิด | กรรมการ |
| 23 | นายองอาจ จันติ๊บ | ปริญญาตรี | มิ่งเมือง | กรรมการ |
| 24 | นายเสกสรร ต๊ะวิไชย | ปริญญาตรี | อภัย | กรรมการ |
| 25 | นายพีระพล ดอนอินผล | ปริญญาตรี | อรัญญาวาส | กรรมการ |
| 26 | นายชูชาติ ฐิติวัชร์วรกุล | ปริญญาตรี | พญาภู | กรรมการ |
| 27 | นายวิรัช สุกลไทย | ปริญญาตรี | เมืองเล็น | กรรมการ |
| 28 | นายสมพร สุขทั่วญาติ | ปริญญาตรี | สวนหอม | กรรมการ |
| 29 | นางลัดดาวัลย์ หงสนันทน์ | ปริญญาตรี | ครู อาสาสมัครฯ | กรรมการ |
| 30 | นางสาววัชราภรณ์ เทียมแสน | ปริญญาตรี | ครู กศน.ตำบล | กรรมการ/เลขาฯ |
อาสาสมัคร กศน.ตำบลในเวียง
| ที่ | ชื่อ – สกุล | ระดับการศึกษา | ||
| 1 | นายวิษณุ แก้วหม่อง | ม.ต้น | ||
| 2 | นายกิตติภณ สุขทั่วญาติ | ม.ต้น | ||
| 3 | นางสาวน้ำฝน ทองคำ | ม.ปลาย | ||
| 4 | นางสาวสุกัญญา บุญวัน | ม.ปลาย | ||
| 5 | นายรัชชานนท์ พงศ์ศรี | ม.ปลาย |
บุคลากร กศน.ตำบลในเวียง
- นางสาววัชราภรณ์ เทียมแสน หัวหน้าครูกศน.ตำบลในเวียง
ข้อมูลพื้นฐานเพื่อการวางแผน
2.1 สภาพทั่วไปของชุมชน
ลักษณะทางภูมิศาสตร์
เทศบาลเมืองน่านมีพื้นที่ 5.4 ตารางกิโลเมตร ประกอบด้วย 1 ตำบล คือ ตำบลในเวียง มีการจัดตั้งชุมชนย่อยแบ่งเป็น 28 ชุมชน ซึ่งมีความศรัทธาในวัดที่ชาวบ้านได้ถือปฏิบัติกันมาเป็นเวลานานและแต่ละชุมชนจะมีคณะกรรมการชุมชน ตามรูปแบบที่กรมการปกครองกำหนด มีการเลือกตั้งประธานชุมชนซึ่งแต่ละชุมชนมีขนาดใหญ่ เล็ก แตกต่างกันไป
ในปี พ.ศ.2552 ราษฎร จำนวน 3 หมู่บ้านของตำบลผาสิงห์ ได้แก่ บ้านสวนหอม หมู่ที่ 3 บ้านดอนสวรรค์ หมู่ที่ 8 และบ้านฟ้าใหม่ หมู่ที่ 9 ได้แสดงเจตจำนงของรวมพื้นที่เข้ากับเทศบาลเมืองน่านหลังจากทำการสำรวจเจตนารมณ์แล้วจึงได้มีประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง เปลี่ยนแปลงเขตเทศบาลเมืองน่านอำเภอเมืองน่านจังหวัดน่านเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2545 ให้เปลี่ยนแปลงเขตเทศบาล เมืองน่าน โดยรับรวมพื้นที่ของหมู่บ้านทั้งสามของตำบลผาสิงห์เข้ากับเทศบาลนับเป็นการเปลี่ยนแปลงเขตเทศบาลเมืองน่านเป็นครั้งแรกตั้งแต่มีการจัดตั้ง
ทิศเหนือ จุดบริเวณบ้านปางถิ่น อบต.ฝายแก้ว และสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล
ทิศใต้ จุดบริเวณบ้านพญาวัด อบต.ดู่ใต้
ทิศตะวันออก ขนานแม่น้ำน่าน
ทิศตะวันตก จุดอบต.ผาสิงห์
| อำเภอภูเพียง |
| ตำบลผาสิงห์ |
| ตำบลดู่ใต้ |
| แม่น้ำน่าน |
ลักษณะภูมิประเทศ
ภูมิประเทศในเขตเทศบาลเมืองน่านส่วนใหญ่เป็นที่ราบลุ่ม ทิศตะวันออกติดแม่น้ำน่านในฤดูฝนมีน้ำท่วมขัง (น้ำท่วมขังประมาณ 2-3 วัน) ด้านทิศตะวันตก มีลักษณะภูมิประเทศเป็นที่ราบเป็นที่ตั้งของชุมชนและพื้นที่เกษตรกรรมบางส่วน ในเขตเทศบาลเมืองน่าน ซึ่งเป็นเมืองเก่าพื้นที่ส่วนในจะเป็นบริเวณที่มีประชากรหนาแน่น เป็นย่านธุรกิจการค้า โรงแรม ประมาณร้อยละ 90 ของถนนบริเวณศูนย์กลางเมืองจะมีร้านค้าตั้งอยู่สองข้างทาง และถนนในเขตเทศบาลบางแห่ง ค่างข้างเล็กและแคบไม่สามารถขยายออกไปได้
ลักษณะภูมิอากาศ
มีความแตกต่างกันของฤดูกาล โดยอากาศจะร้อนอบอ้าวในฤดูร้อน และหนาวเย็นในฤดูหนาว โดยได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ พัดพาเอาความชุ่มชื้นมาสู่ภูมิภาค ทำให้มีผลตกชุก ในเดือนพฤษภาคมถึงเดือนกันยายน ซึ่งเป็นช่วงฤดูฝน และจะได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ พัดพาเอาความหนาวเย็นสู่ภูมิภาค ในเดือนตุลาคมถึงกุมภาพันธ์ และในช่วงเดือนมีนาคมถึงเมษายน จะได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันออกเฉียงใต้ ทำให้มีสภาพอากาศร้อน นอกจากนี้จังหวัดน่าน ยังมีสภาพภูมิประเทศโดยรอบ เป็นหุบเขาและภูเขาสูงชันมาก ทิวเขาวางตัวในแนวเหนือใต้ ทำให้บริเวณยอดเขา สามารถรับความกดอากาศสูงที่แผ่มาจากประเทศจีนในฤดูหนาว ได้อย่างทั่วถึงและเต็มที่ ขณะเดียวกันที่ทิวเขาวางตัวเหนือใต้ ทำให้เสมือนกำแพงปิดกั้นลมมรสุมทางทิศตะวันออก รวมทั้งยังมีระดับความสูงเฉลี่ยบนยอดเขา กับความสูงเฉลี่ยที่ผิวแตกต่างกันมาก และยังมีระดับความสูงเหนือระดับน้ำทะเล จากปัจจัยทั้งหลายเหล่านี้ ในตอนกลางวัน ถูกอิทธิพลของแสงแดดเผา ทำให้อุณหภูมิร้อนมาก และในตอนกลางคืนจะได้รับอิทธิพลของลมภูเขา พัดลงสู่หุบเขา ทำให้อากาศเย็นในตอนกลางคืน
การปกครอง
เทศบาลเมืองน่านมีเขตปกครอง 2 ตำบล รวม 31 แห่ง (28 ชุมชน และ 3 หมู่บ้าน) มีพื้นที่รวมกันทั้งสิ้น 7.6 ตารางกิโลเมตร ประกอบด้วย
| ที่ | ชื่อชุมชน | ที่ | ชื่อชุมชน | ที่ | ชื่อชุมชน |
| 1 | ชุมชนบ้านช้างค้ำ | 11 | ชุมชนบ้านพญาภู | 21 | ชุมชนบ้านพระเนตร |
| 2 | ชุมชนบ้านมิ่งเมือง | 12 | ชุมชนบ้านดอนศรีเสริม | 22 | ชุมชนบ้านช้างเผือก |
| 3 | ชุมชนบ้านศรีพันต้น | 13 | ชุมชนบ้านสวนหอม | 23 | ชุมชนบ้านสถารส |
| 4 | ชุมชนบ้านอภัย | 14 | ชุมชนบ้านหัวเวียงใต้ | 24 | ชุมชนบ้านมหาโพธิ์ |
| 5 | ชุมชนบ้านพวงพยอม | 15 | ชุมชนบ้านสวนตาล | 25 | ชุมชนบ้านเชียงแข็ง |
| 6 | ชุมชนบ้านมณเฑียร | 16 | ชุมชนบ้านดอนแก้ว | 26 | ชุมชนบ้านน้ำล้อม |
| 7 | ชุมชนบ้านไผ่เหลือง | 17 | ชุมชนวัอรัญญาวาส | 27 | ชุมชนบ้านประตูปล่อง |
| 8 | ชุมชนบ้านหัวข่วง | 18 | ชุมชนบ้านเมืองเล็น | 28 | ชุมชนค่ายสุริยพงษ์ |
| 9 | ชุมชนบ้านมงคล | 19 | ชุมชนบ้านท่าช้าง | ||
| 10 | ชุมชนบ้านพระเกิด | 20 | ชุมชนบ้านภูมินทร์–ท่าลี่ |
2.2 ข้อมูลด้านประชากร
จำนวนประชาชนในเขตเทศบาลเมืองน่าน ณ เดือนธันวาคม พ.ศ. 2566
– จำนวนบ้านเรือนทั้งหมดในเขตพื้นที่รับผิดชอบ 10,625 หลังคาเรือน
– จำนวนประชากรทั้งหมด 20,213 คน
แยกเป็นชาย 10,025 คน หญิง 10,188 คน
ตำบลในเวียง ชาย 9,093 คน หญิง 9,243 คน
ตำบลผาสิงห์ ชาย 932 คน หญิง 945 คน
– จำนวนประชากรต่างด้าวที่จดทะเบียนในเขตเทศบาลเมืองน่าน 262 คน
สัญชาติเมียนมาร์ จำนวน 24 คน แบ่งเป็น ชาย 8 คน หญิง 16 คน
สัญชาติลาว จำนวน 180 คน แบ่งเป็น ชาย 72 คน หญิง 108 คน
2.3 ข้อมูลด้านสังคม
ด้านสังคมและประเพณีและวัฒนธรรมไทยของคนในชุมชน สภาพสังคมของประชาชนส่วนใหญ่อยู่เป็นครอบครัวใหญ่มีวงศาคณาญาติปลูกบ้านอยู่ในละแวกเดียวกันส่วนใหญ่ร้อยละ 99 นับถือศาสนาพุทธ มีศาสนาคริสต์ศาสนาอิสลาม บาง บ้างส่วน มีวัดประจำชุมชน เป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาและเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวบ้านซึ่งทำให้เกิดประเพณีและวัฒนธรรมต่างๆ ที่สำคัญ ดังนี้
- ประเพณีสงกรานต์ ซึ่งตรงกับวันที่ 13 – 16 เมษายนของทุกปี โดยมีประเพณีที่สำคัญ คือ วันที่ 15 เมษายน มีการรดน้ำดำหัวผู้เฒ่าผู้แก่ เพื่อขอขมาลาโทษในสิ่งที่เคยล่วงเกินและเป็นการแสดงความเคารพนับถือต่อบุพการีและบรรพบุรุษ เพื่อความเป็นสิริมงคลในชีวิตของลูกหลาน และมีกิจกรรมอื่นๆอีกมากมาย อาทิ การตักบาตร การก่อเจดีย์ทรายเพื่อปักตุงล้านนา มีการสงฆ์น้ำพระ
- ประเพณีตานก๋วยสลาก (สลากพัตร) ซึ่งตรงกับเดือนตุลาคมของทุกปีในสมัยก่อนจะมีการตานก๋วยสลากในทุกชุมชนแต่ในปัจจุบันจะสลับหมุนเวียนกันประมาณ 2-3 ชุมชน เพราะติดในเรื่องสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน ประเพณีมีอยู่ 2 วัน กิจกรรมการพบปะญาติพี่น้อง เพื่อนฝูง ในหมู่บ้านหรือต่างตำบล ได้มาพบปะสังสรรค์กันถือเป็นการเชื่อมความสัมพันธ์ไมตรีของประชาชนและการตานก๋วยสลากของให้ผู้ล่วงลับได้รับผลบุญที่เราอุทิศส่วนกุศลไปให้
- พิธีสืบชะตา ได้แก่ การสืบชะตาต่ออายุ สืบชะตาหมู่บ้าน มีจุดประสงค์เพื่อความเป็นศิริมงคลเสริมดวงชะตา ปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายออกจากตัว และชุมชน ถือว่าเป็นพิธีกรรมที่ศักดิ์สิทธิ์มาก
- ประเพณีแห่งเทียนเนื่องในวันอาสาฬหบูชา และเนื่องในวันเข้าพรรษา เพื่อเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนในท้องถิ่น ร่วมกันรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามที่ปฏิบัติสืบต่อกันมาเป็นเวลาช้านานให้ดำรงไว้สืบไป ทั้งยังเป็นการสืบสานประเพณีที่ดีงาม ซึ่งเมื่อวันเข้าพรรษาของพระภิกษุสงฆ์ จะต้องอยู่จำพรรษาเป็นเวลา 3 เดือน ครั้งสมัยพุทธกาลและสมัยโบราณไม่มีไฟฟ้าใช้ ชาวบ้านจึงร่วมใจกันหล่อเทียนต้นใหญ่ขึ้น และพร้อมใจกันแห่ไปถวายพระภิกษุสงฆ์ได้จุดให้แสงสว่างในการปฏิบัติกิจวัตรเป็นพุทธบูชา ซึ่งได้ถือสืบทอดกันมาเป็นนาน
ปัจจุบันนี้สภาพสังคมในตำบล ยังคงยึดถือและปฏิบัติตามประเพณีที่เคยทำกันมาแม้ว่าวิถีและวัฒนธรรมบางอย่างที่เกิดขึ้นมาใหม่จากความทันสมัยของเทคโนโลยีในรูปแบบต่าง ๆ เช่นโทรศัพท์มือถือ อินเตอร์เน็ต สังคมออนไลน์ต่าง ๆ ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อวิถีชีวิตดั้งเดิม อย่างไรก็ตามความทันสมัยของเทคโนโลยีที่เข้ามามีทั้งข้อดีและข้อเสีย ที่ทำให้เกิดปัญหาต่าง ๆ ในสังคมมากมายโดยเฉพาะปัญหาเด็กเยาวชน วัยรุ่น มีบุตรโดยไม่อยู่ในวัยอันควร เรียนไม่จบ ติดยาเสพติด ติดเกม หนีเรียน อันเนื่องมาจากการขาดการดูแลเอาใจใส่จากผู้ปกครอง ขาดความอบอุ่นจากครอบครัวหรือครอบครัวแตกแยกการเลี้ยงดูบุตรแบบวัตถุนิยม เป็นต้น การปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบันจึงเป็นเรื่องจำเป็นต้องให้ประชาชนทุกกลุ่ม ทุกเพศทุกวัย ยอมรับ และเรียนรู้ที่จะ เลือกสิ่งที่ดีเข้ามาในชีวิต และรักษาไว้ซึ่งประเพณีวัฒนธรรมที่ดีงามให้คงอยู่สืบต่อถึงลูกหลานต่อไป
ข้อมูลด้านเศรษฐกิจ
อาชีพของประชากรในตำบล
- รับจ้าง
- ค้าขาย
- รับราชการ / พนักงานรัฐวิสาหกิจ
- ทำนา ทำสวน
การค้าขายในตำบล เป็นอาชีพที่สร้างรายได้ค่อนข้างดี เนื่องจากทำเลที่ตั้งอยู่ในเขตใจกลางเมืองและเป็นทางเชื่อมไปสู่อำเภอต่างๆ
- ร้านค้าตึกแถว ในพื้นที่ 85 ร้านค้า
- ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้าในพื้นที่ 1 แห่ง
- สถานีบริการน้ำมัน ในพื้นที่ 5 ปั๊ม
- อู่ซ่อมรถในพื้นที่ 15 อู่
- ร้านเสริมสวยในพื้นที่ 106 ร้าน
- ตลาดสด ในพื้นที่ 6 แห่ง ( ตลาดเทศบาล 2 แห่ง / ตลาดเอกชน 4 แห่ง )
- สถานที่สะสมอาหารประเภทของชำทั่วไป 175 แห่ง
- สถานที่สะสมอาหารร้านสะดวกซื้อ 15 แห่ง
- โรงแรมที่พักสำหรับนักท่องเที่ยวในพื้นที่ 25 แห่ง
- บ้านให้เช่า หอพัก ที่อาศัยเชิงพาณิชย์ ในพื้นที่ 145 แห่ง
- สถานบันเทิง 4 แห่ง
- ร้านสาป นวดแผนไทย ในพื้นที่ 25 แห่ง
แหล่งเรียนรู้ในชุมชน และทุนด้านงบประมาณที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์เพื่อการจัดการศึกษาประเภทบุคคล ประเภทสถานที่และองค์กร ประเภททรัพยากรธรรมชาติ ประเภทกิจกรรมทางสังคม วัฒนธรรมและต้นทุนงบประมาณ (ระบุแหล่งทุนด้านงบประมาณของชุมชน ตำบลในเวียง)
- แหล่งเรียนรู้ประเภทบุคคล ได้แก่
| ชื่อ – สกุล | ที่อยู่ | เบอร์โทรศัพท์ | อายุ | ภูมิปัญญา (ด้าน) |
| นายโชติ สลีอ่อน | 9 บ้านหัวเวียงใต้ | 054-751073 | 42 | จิตรกรรม / วาดรูป |
| นายคำปัน สวนทะ | 16 บ้านหัวเวียงใต้ | 054-750491 | 83 | พิธีทางศาสนา |
| นายบุญช่วย หิรัญวิทย์ | 37/1 บ้านประตูปล่อง | 054-751089 | 75 | เครื่องเงิน |
| นายสังคม หิรัญวิทย์ | 128 บ้านประตูปล่อง | 054-771591 | 48 | ช่างเหล็ก |
| นายเกตุ จักรน้อย | 28/1 บ้านช้างเผือก | 054-772172 | 54 | ช่างเชื่อม |
| นางบุญร่วม วุฒิ | 3/1 บ้านสวนตาล | 054-750136 | 62 | ดอกไม้ใยบัว |
| นายสิทธเยศ อินทะรังสี | 20/1 บ้านมงคล | 089-7012047 | 28 | ช่างเขียน |
| นายเกษม ศิริรัตน์พิริยะ | 226/1 บ้านอรัญวาส | 054-710501 | 54 | ภาษาล้านนา |
| นางจันทร์เพ็ญ ณ น่าน | 132/2 บ้านอรัญวาส | 054-772211 | 68 | เย็บใบตอง |
| นายเย็น สมมิ | 2/8 บ้านอรัญวาส | 054-775636 | 82 | สมุนไพร |
- แหล่งเรียนรู้ประเภทสถานที่ ชุมชน กลุ่มทางเศรษฐกิจ สังคม ได้แก่
| ที่ | ชื่อและแหล่งเรียนรู้ | ประเภทแหล่งเรียนรู้ | ที่ตั้ง/หมู่ที่/ตำบล |
| 1 | พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ | โบราณสถาน | ชุมชนบ้านช้างค้ำ |
| 2 | วัดช้างค้ำ | โบราณสถาน | ชุมชนบ้านช้างค้ำ |
| 3 | วัดภูมินทร์ | โบราณสถาน | ชุมชนบ้านภูมินทร์ – ท่าลี่ |
| 4 | การประดิษฐ์ดอกไม้ใบเตย | กลุ่มผู้สูงอายุ | ชุมชนบ้านไผ่เหลือง |
| 5 | การรำกลองยาว | บุคคล | ชุมชนบ้านอรัญวาส |
| 6 | รำวงมะเก่า | กลุ่มผู้สูงอายุ | ชุมชนบ้านน้ำล้อม |
| 7 | การทำตุง | กลุ่มผู้สูงอายุ | ชุมชนบ้านพระเกิด |
| 8 | โฮงฟองคำ | บุคคล | ชุมชนบ้านพระเกิด |
| 9 | ศูนย์เรียนรู้ ขยะ | บุคคล | ชุมชนบ้านมหาโพธิ์ |
- แหล่งสนับสนุน ทุน งบประมาณ ประเภทองค์กร ได้แก่
| ที่ | ชื่อแหล่งเรียนรู้ | การสนับสนุน | ที่อยู่ / ที่ตั้ง |
| 1 | เทศบาลเมืองน่าน | สถานที่ / วิทยากร | ชุมชนสวนตาล |
| 2 | สถานีตำรวจภูธรจังหวัดน่าน | วิทยากร | ชุมชนภูมินทร์ – ท่าลี่ |
| 3 | กองสาธารณสุขจังหวัดน่าน | วิทยากร | ชุมชนสวนตาล |
| 4 | โรงพยาบาลจังหวัดน่าน | วิทยากร | ชุมชนค่ายสุริยพงษ์ |
| 5 | ค่ายสุริยพงษ์ | วิทยากร | ชุมชนค่ายสุริยพงษ์ |
การท่องเที่ยวและการบริการ
ตำบลในเวียงมีศักยภาพทางด้านการท่องเที่ยว ทั้งในด้านปูชนียสถานและด้านแหล่งท่องเที่ยวทางโบราณวัตถุ และที่สำคัญที่สุด ซึ่งนับได้ว่าเป็นเอกลักษณ์และสร้างชื่อเสียงเป็นอย่างยิ่ง ได้แก่ วัดภูมินทร์ โฮงเจ้าฟองคำ การสะเดาะเคราะห์โดยตุงทาคิง ซึ่งทางเทศบาลเมืองน่าน ได้ให้การสนับสนุน และมีการประชาสัมพันธ์ ส่งเสริมการท่องเที่ยวของตำบลทุกปี
การไฟฟ้า
การบริการไฟฟ้าในเขตตำบลในเวียง อยู่ในความดูแลของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จังหวัดน่าน โดยปัจจุบันในทุกชุมชนมีกระแสไฟฟ้าใช้ทุกครัวเรือน และทุกครัวเรือนจะมีการติดตั้งหม้อแปลงไฟฟ้าและมีมิเตอร์บอกหน่วยของการใช้ไฟฟ้า
การประปา
ตำบลในเวียง ใช้น้ำประปา เพื่ออุปโภคบริโภคทุกชุมชน ซึ่งอยู่ในความดูแลของการประปาจังหวัดน่าน โดยทุกหลังคาเรือนจะมีมิเตอร์การใช้น้ำประปา และมีบางส่วนที่ใช้น้ำบ่อร่วมกับน้ำประปา
การใช้โทรศัพท์
ครัวเรือนส่วนใหญ่มีการใช้โทรศัพท์ติดต่อสื่อสารกัน ทั้งโทรศัพท์บ้านและโทรศัพท์มือถือ จากการสำรวจข้อมูลผู้ใช้โทรศัพท์พบว่า มีจำนวนผู้ใช้โทรศัพท์คิดเป็นร้อยละ 30 ของครัวเรือนทั้งหมด และมีจำนวนผู้ใช้โทรศัพท์มือถือ คิดเป็นร้อยละ 99 จากจำนวนประชากรทั้งหมด
ปัญหาและความต้องการทางการศึกษาของประชาชนที่จำแนกตามลักษณะของกลุ่มเป้าหมาย
ด้านการรู้หนังสือ ด้านการศึกษาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สายสามัญ และ ปวช.) ด้านอาชีพ ด้านการพัฒนาทักษะชีวิต ด้านการพัฒนาสังคมและชุมชน ด้านปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงด้านการศึกษาตามอัธยาศัย
ข้อมูลด้านการศึกษา
สถานศึกษาในพื้นที่ตำบลในเวียง ประกอบด้วย โรงเรียนระดับประถมศึกษา 7 แห่ง และเรียนระดับมัธยมศึกษา จำนวน 1 แห่ง วิทยาลัย 2 แห่ง มหาวิทยาลัย 1 แห่ง ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยตำบลในเวียง จำนวน 1 แห่ง และศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก 1 แห่ง ดังนี้
| ลำดับ | ชื่อสถานศึกษา | |
| 1 | โรงเรียนน่านคริสเตียนศึกษา | |
| 2 | โรงเรียนอยู่วิทยา | |
| 3 | โรงเรียนจุมปีวนิดาภรณ์ | |
| 4 | โรงเรียนสามัคคีวิทยคาร (เทศบาลบ้านพระเนตร) | |
| 5 | โรงเรียนดรุณวิทยา (เทศบาลบ้านสวนตาล) | |
| 6 | โรงเรียนชินจง | |
| 7 | โรงเรียนบ้านดอนศรีเสริม | |
| 8 | โรงเรียนราชานุบาล | |
| 9 | โรงเรียนสตรีศรีน่าน | |
| 10 | วิทยาลัยเทคนิคน่าน | |
| 11 | วิทยาลัยสารพัดช่างน่าน | |
| 12 | มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตน่าน | |
| 13 | ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลเมืองน่าน | |
| 14 | กศน.ตำบล ในเวียง |
ตำบลในเวียงระดับการศึกษาของประชาชนในตำบล กลุ่มนักศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่อยู่ในช่วงอายุ 14 – 25 ปี จะประสบปัญหาในเรื่องการเรียนไม่จบการศึกษาในระบบด้วยสาเหตุต่างๆ เช่น ปัญหาครอบครัวแตกแยก พ่อแม่แยกทางกัน ปัญหาท้องในวัยเรียน ปัญหาติดเพื่อน ติดเกมส์ออนไลน์ เป็นต้น เมื่อเข้ามาเรียนการศึกษานอกระบบและการศึกษาอัธยาศัย มีอิสระในการเรียนมากขึ้น เวลาเรียนกับครูลดลง ส่วนใหญ่เป็นการเรียนรู้ด้วยตนเอง และกลุ่มบุคคลเหล่านี้ไม่มีความรับผิดชอบในหน้าที่ของตนเอง ไม่ให้ความสำคัญกับการเข้ามาเรียนใน กศน. จึงทำให้การเรียนของนักศึกษาที่ลงทะเบียนเรียน ไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร ส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนในภาพรวมต่ำ
กศน.ตำบลในเวียง ในรอบปีที่ผ่านมามี จำนวนนักศึกษาทั้งหมด 66 คน แยกตามระดับดังนี้
- ระดับประถมศึกษา 2 คน
- ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 19 คน
- ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย 45 คน
ในการจัดการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขึ้นพื้นฐานในปีงบประมาณ 2566 มีนักศึกษาจำนวนที่ลงทะเบียนเรียนทั้งหมด 53 คน มีนักศึกษาคงอยู่ จำนวน 53 คน และมีผู้จบหลักสูตรทั้งหมด 11 คน คิดเป็นร้อยละ 20.75 แยกตามลำดับดังนี้
- ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 6 คน
- ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย 5 คน
จากข้อมูลดังกล่าว พบว่า มีจำนวนผู้จบหลักสูตรค่อนข้างน้อย ซึ่งสอดคล้องกับผลการประเมินตนเองในมาตรฐานคุณภาพผู้เรียน มีตัวบ่งชี้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนค่อยข้างต่ำ ส่งผลให้ผู้เรียนจบหลักสูตรน้อย และจากการสรุปผลข้อมูลผลการดำเนินงานจัดการศึกษาหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 พบว่าผู้เรียนส่วนใหญ่เห็นว่า เนื้อหารายวิชาของหลักสูตรมีหลายหลาย ยากต่อการเรียนรู้ด้วยตนเองในเวลาจำกัด เนื่องจากมีหลายวิชาที่ครูไม่มีความชำนาญเฉพาะวิชาทำให้ไม่สามารถสอนได้ แม้จะมีการสอนเสริมแต่ห้วงเวลาไม่เพียงพอที่จะเข้าใจเนื้อหาทั้งหมดสำหรับวิชาที่ยากได้ ในขณะเดียวกันครูต้องรับผิดชอบ ผู้เรียนต่างความรู้พื้นฐาน ผู้เรียนบางกลุ่มไม่สนใจเรียน ขาดความรับผิดชอบและการมาพบกลุ่มของผู้เรียนไม่มาเรียนอย่างสม่ำเสมอ ทำให้ครูต้องจัดทำแผนการสอนที่หลากหลาย ออกแบบการเรียนรู้และจัดเตรียมสื่อประกอบการเรียนให้สอดคล้องกับผู้เรียนทุกกลุ่มทุกรูปแบบ ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากที่ครูจะสามารถทำได้ครบถ้วนสมบูรณ์ เนื่องจากครูมีภาระงานที่เพิ่มมากขึ้น จึงส่งผลต่อคุณภาพของผู้เรียนและผลสัมฤทธิ์การเรียนค่อนข้างต่ำ
ปัญหาและความต้องการทางการศึกษาของประชากรที่จำแนกตามลักษณะของกลุ่มเป้าหมาย
| กลุ่มเป้าหมาย | ปัญหาและความต้องการ | แนวทางการแก้ไข |
| กลุ่มคนไม่รู้หนังสือ/
สภาวะลืมหนังสือ |
ส่วนใหญ่จะเป็นผู้สูงอายุเกิดปัญหาทางสายตาและความจำ และอีกกลุ่มอายุประมาณ 50 – 60 ปี เป็นกลุ่มที่ไม่มีเวลาเรียนเพราะต้องทำงานหาเลี้ยงครอบครัว
|
สนับสนุนส่งเสริมกิจกรรมเสริมความจำ บริการกลุ่มเป้าหมายให้เอื้อต่อการเรียนรู้ เช่น จัดการเรียนการสอนที่บ้าน มีสื่อที่ช่วยเรียนรู้ได้ดีขึ้น |
| กลุ่มเป้าหมาย | ปัญหาและความต้องการ | แนวทางการแก้ไข |
| กลุ่มวัยเด็กและเยาวชน | ส่วนใหญ่อยู่ในความดูแลของพ่อแม่ ยาย ย่า ตา ปู่ เรียนการศึกษาภาคบังคับ ปัญหาที่เกิดคือ เป็นวัยกำลังเรียนรู้ บางครอบครัวไม่ดูแลใส่ใจอย่างใกล้ชิด ทำให้เด็กหลงผิดได้ง่าย ติดเพื่อน เรียนไม่จบ พ่อแม่วัยใส ติดเกมส์ เป็นต้น | – จัดกิจกรรมการศึกษานอกระบบ ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน
– จัดกิจกรรมการศึกษาเพื่อพัฒนาสังคม และชุมชน – จัดกิจกรรมการศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะชีวิต เพื่อการพัฒนาการเรียนรู้และเพิ่มเติมทักษะการใช้ชีวิตในสังคมและชุมชน – จัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนตามคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของหลักสูตร |
| กลุ่มวัยแรงงาน | ส่วนใหญ่จะเกี่ยวกับปัญหาไม่มีเวลาพัฒนาตนเองในด้านการศึกษา เพราะต้องทำงานเลี้ยงครอบครัว | – จัดกิจกรรมแนะแนว ส่งเสริมการจัดกิจกรรมการศึกษานอกระบบ ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน
– จัดกิจกรรมการศึกษาเพื่อพัฒนาอาชีพ – จัดกิจกรรมศึกษาต่อเนื่องทุกรูปแบบ เพื่อการพัฒนาอาชีพให้ก่อเกิดรายได้เสริม พร้อมทั้งการเรียนรู้ในการพัฒนาของตนเอง ชุมชน และสังคม |
| กลุ่มผู้สูงอายุ | ส่วนใหญ่จะขาดความรู้ความเข้าใจในการดูแลสุขภาพตนเอง | – จัดกิจกรรมการศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะชีวิตด้านการดูแลสุขภาพกายและสุขภาพจิต พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ |
| กลุ่มผู้พิการ | ส่วนใหญ่จะเกิดปัญหาร่างกายพิการ ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ไม่สามารถเรียนรู้ได้อย่างคนปกติ | – จัดกิจกรรมการศึกษาต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้พิการในการสร้างคุณค่าในตัวเอง |
